..ลดความอ้วนอยู่..
วันนี้จั่วหัวมาเกี่ยวกะสุขภาพซะ
เพราะวันนี้เราจะคุยเรื่องการลดความอ้วนกัน
เนื่องจากช่วงก่อนหน้านี้เจ้าของ blog รู้สึกว่าชักจะอ้วนมากไปและ
เลยพยายามหาวิธีการเพื่อลดความอ้วน
แบบธรรมชาติ และไม่ใช้ยา
จากตอนนั้นถึงตอนนี้ก้อประมาณเดือนกว่าๆ ได้แล้วมั๊ง
จากแต่ก่อนที่หนัก 106 โล ตอนนี้เหลือ 100 โล
และเราจะยังลดต่อไปเพื่อให้เหลือ 90 โล
ตอนแรกมาก้อไม่คิดว่าจะทำได้ถึงตอนนี้เหมือนกัน
ยังหวั่นๆ ที่ว่า พยายามมาหลายครั้งแต่ไม่เป็นผลเลย
แต่คราวนี้ก้อพยายามทำให้ดีที่สุด แล้วมันก้อเป็นผล
ดังนั้นขอให้ตั้งใจแล้วมันก้อคงทำได้
ทำไมถึงอ้วน??
จากสมัยเด็กๆ ที่เป็นคนกินเยอะ แล้วก้อมีคนตามใจ
เลยกินแบบว่า"ไม่รู้อ่ะ กูจะกิน"
แล้วพอโตมามันก้อเริ่มอ้วนขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลา
แต่ก้อจะไม่อ้วนขึ้นเร็วมาเพราะว่าเด็กมันใช้สารอาหารเยอะ
ดังนั้นส่วนใหญ่มันก้อดึงไปใช้ซะเยอะ
แล้วบวกกับช่วงเด็กมันเล่นได้ทั้งวัน
เล่นกีฬาบ้างเรื่อยๆ น้ำหนักเลยไม่ขึ้นเยอะ
แต่พอจบมัธยมมา
เราก้อไม่ได้เปลี่ยนนิสัยการกิน
แต่ว่าเราไม่ได้เล่นกีฬาหรือออกกำลังกายเหมือนเคย
ดังนั้นการเผาผลาญพลังงานในส่วนนั้นมันไม่ได้ใช้
ร่างกายมานเลยเอาไปเก็บไว้อยู่ในรูปของไขมัน
ทำให้ช่วงนั้นน้ำหนักขึ้นมาประมาณ 10 โลได้
ในเวลาไม่นาน
แล้วหลังจากนั้นซักพักร่างกายก้อจะปรับตัวว่า
เราใช้พลังงานน้อยแล้วนะ มันก้อจะไม่ค่อยเก็บไว้
ทำให้น้ำหนักไม่เพิ่มแบบรวดเร็วเหมือนช่วงแรกๆ
ทำให้ช่วงน้ำหนักขึ้นสูงสุดเคยอยู่ที่ 110 โล
ส่วนช่วงก่อนจะลดน้ำหนักจะอยู่ที่ 106 โล
แล้วลดน้ำหนักอย่างไร??
เหมือนเรื่องตลกนะครับที่จะต้องมาตอบคำถามนี้
เพราะว่าเคยอ่านวิธีการของหลายคนแล้ว
มันทำให้รู้สึกว่า..
"โหยย.. ยากว่า กูคงทำไม่ได้หรอก"
"เหมือนจะง่ายเลยเนอะ แต่กูคงไม่อดทนขนาดนั้น"
"เหมือนโม้เลยว่ะ"
ส่วนใหญ่แล้วนะ การที่คนไม่ประสบความสำเร็จคือคนที่ไม่กล้าจะเริ่มทำ
ตามที่เคยได้อ่านหรือฟังๆ มา
ก้อคงจะเคยได้ยินเหมือนกันว่า
งดอาหารมันๆ กินผักเยอะๆ ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ
มันก้อจิงอย่างที่เค้าว่าอ่ะแหละครับ
ถ้าทำได้ทั้งหมดก้อผอมแน่ๆ
แต่ว่าบางคนก้อทำบางอย่างลำบาก
บางคนอาจจะไม่กินผัก บางคนอาจจะไม่มีเวลาออกกำลังกาย
ผมเป็นคนหนึ่งเลยที่ยอมรับว่า
เป็นคนที่ไม่กล้าออกกำลังกายคนเดียว
ถ้าจะได้ออกก้อคือมีเพื่อนไปด้วย
ดังนั้นผมก้อเลยรวบรวมวิธีการลดความอ้วนแบบต่างๆมารวมกัน
วิธีที่ผมใช้มีทั้งหมดดังนี้
1. พยายามลดปริมาณอาหารต่อมื้อ
2. จะพยายามไม่กินมื้อเย็นหลัง 6 โมง ถ้าจำเป็นก้อต้องกินก่อนเข้านอนซัก 3-4 ชม.
3. ใช้การนวดบริเวณที่ต้องการลดในช่วงเวลาอาบน้ำ(ต้องใช้น้ำร้อน)
4. ถ้าหิวจัดๆ ขึ้นมา ก้อหันไปกินผักเยอะๆ เช่นกินสลัด หรือผัดผัก ยัดมันเข้าไปเลย
5. ไปไหนมาไหน ถ้าไม่เกิน 500-1000 เมตร ก้อใช้เป็นการเดินแทนการนั่งรถ ขับรถ
6. เมื่อทำแบบนี้ได้แล้ว เราก้อจะตั้งเป้าหมายว่า เราจะกินของที่ชอบอาทิตย์ละ 1 ครั้ง
จะกินแบบไหนก้อได้ เหมือนกับบว่าเป็นรางวัลของความพยายามแต่ละอาทิตย์
แค่เท่านี้เอง
เราก้อ+ความตั้งใจ+ความอดทนเข้าไป
มันก้อเห็นผลแน่นอน
แล้วลดทำไม??
เคยได้ยินหลายคนเค้าบอกว่า
"อย่าไปลดเพื่อใครให้ลดเพื่อนตัวเอง
จะได้แข็งแรง เพราะว่าคนอ้วนมีโอกาสเป็นโรคเยอะ"
มันก้อจิงนะครับ ถ้าคนมันรักตัวเองได้แบบนั้นทุกคนมันก้อคงจะดี
แต่มามองหลายๆ อย่างแล้ว
เหมือนกับว่าเราทำงานหาเงินเพื่ออยากใช้เองก้อคงไม่เท่าไหร่
แต่เมื่อเรามีคนที่เรามีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ หรือต้องดูแล
เราก้อต้องห่วงถึงความเป็นอยู่นั้นๆ เพิ่มขึ้นเช่นกัน
จนบางครั้ง(บางคน)ยอมลดความจำเป็นของตัวเองเพื่อส่วนรวม
มันก้อเลยเหมือนกับว่า ถ้าคนอื่นพอใจที่เราผอม
เราก้อจะยอมลดดีกว่าใช่มั๊ยละ
อันนี้ต้องยอมรับจิงๆ ว่า ความตั้งใจแรกที่เริ่มลดนั้น
เป็นเพราะว่า ไม่มีสาวๆ ที่ไหนเค้าจะสนใจเลย
มันก้อเลยเป็นแรงกระตุ้นให้เราต้องพยายาม
ผมเลยคิดว่า การคิดแบบนี้เป็นการตั้งเป้าหมาย
ถ้าเราไม่มีเป้าหมายขึ้นมา เราก้อจะคิดว่า
"แล้วกูจะลดไปทำไม"
ดังนั้น ถ้าคุณจะทำเพื่ออะรัยก้อตาม
ขอให้ตั้งใจแล้วทำมันก้อพอแล้ว
วันนี้จั่วหัวมาเกี่ยวกะสุขภาพซะ
เพราะวันนี้เราจะคุยเรื่องการลดความอ้วนกัน
เนื่องจากช่วงก่อนหน้านี้เจ้าของ blog รู้สึกว่าชักจะอ้วนมากไปและ
เลยพยายามหาวิธีการเพื่อลดความอ้วน
แบบธรรมชาติ และไม่ใช้ยา
จากตอนนั้นถึงตอนนี้ก้อประมาณเดือนกว่าๆ ได้แล้วมั๊ง
จากแต่ก่อนที่หนัก 106 โล ตอนนี้เหลือ 100 โล
และเราจะยังลดต่อไปเพื่อให้เหลือ 90 โล
ตอนแรกมาก้อไม่คิดว่าจะทำได้ถึงตอนนี้เหมือนกัน
ยังหวั่นๆ ที่ว่า พยายามมาหลายครั้งแต่ไม่เป็นผลเลย
แต่คราวนี้ก้อพยายามทำให้ดีที่สุด แล้วมันก้อเป็นผล
ดังนั้นขอให้ตั้งใจแล้วมันก้อคงทำได้
ทำไมถึงอ้วน??
จากสมัยเด็กๆ ที่เป็นคนกินเยอะ แล้วก้อมีคนตามใจ
เลยกินแบบว่า"ไม่รู้อ่ะ กูจะกิน"
แล้วพอโตมามันก้อเริ่มอ้วนขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลา
แต่ก้อจะไม่อ้วนขึ้นเร็วมาเพราะว่าเด็กมันใช้สารอาหารเยอะ
ดังนั้นส่วนใหญ่มันก้อดึงไปใช้ซะเยอะ
แล้วบวกกับช่วงเด็กมันเล่นได้ทั้งวัน
เล่นกีฬาบ้างเรื่อยๆ น้ำหนักเลยไม่ขึ้นเยอะ
แต่พอจบมัธยมมา
เราก้อไม่ได้เปลี่ยนนิสัยการกิน
แต่ว่าเราไม่ได้เล่นกีฬาหรือออกกำลังกายเหมือนเคย
ดังนั้นการเผาผลาญพลังงานในส่วนนั้นมันไม่ได้ใช้
ร่างกายมานเลยเอาไปเก็บไว้อยู่ในรูปของไขมัน
ทำให้ช่วงนั้นน้ำหนักขึ้นมาประมาณ 10 โลได้
ในเวลาไม่นาน
แล้วหลังจากนั้นซักพักร่างกายก้อจะปรับตัวว่า
เราใช้พลังงานน้อยแล้วนะ มันก้อจะไม่ค่อยเก็บไว้
ทำให้น้ำหนักไม่เพิ่มแบบรวดเร็วเหมือนช่วงแรกๆ
ทำให้ช่วงน้ำหนักขึ้นสูงสุดเคยอยู่ที่ 110 โล
ส่วนช่วงก่อนจะลดน้ำหนักจะอยู่ที่ 106 โล
แล้วลดน้ำหนักอย่างไร??
เหมือนเรื่องตลกนะครับที่จะต้องมาตอบคำถามนี้
เพราะว่าเคยอ่านวิธีการของหลายคนแล้ว
มันทำให้รู้สึกว่า..
"โหยย.. ยากว่า กูคงทำไม่ได้หรอก"
"เหมือนจะง่ายเลยเนอะ แต่กูคงไม่อดทนขนาดนั้น"
"เหมือนโม้เลยว่ะ"
ส่วนใหญ่แล้วนะ การที่คนไม่ประสบความสำเร็จคือคนที่ไม่กล้าจะเริ่มทำ
ตามที่เคยได้อ่านหรือฟังๆ มา
ก้อคงจะเคยได้ยินเหมือนกันว่า
งดอาหารมันๆ กินผักเยอะๆ ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ
มันก้อจิงอย่างที่เค้าว่าอ่ะแหละครับ
ถ้าทำได้ทั้งหมดก้อผอมแน่ๆ
แต่ว่าบางคนก้อทำบางอย่างลำบาก
บางคนอาจจะไม่กินผัก บางคนอาจจะไม่มีเวลาออกกำลังกาย
ผมเป็นคนหนึ่งเลยที่ยอมรับว่า
เป็นคนที่ไม่กล้าออกกำลังกายคนเดียว
ถ้าจะได้ออกก้อคือมีเพื่อนไปด้วย
ดังนั้นผมก้อเลยรวบรวมวิธีการลดความอ้วนแบบต่างๆมารวมกัน
วิธีที่ผมใช้มีทั้งหมดดังนี้
1. พยายามลดปริมาณอาหารต่อมื้อ
2. จะพยายามไม่กินมื้อเย็นหลัง 6 โมง ถ้าจำเป็นก้อต้องกินก่อนเข้านอนซัก 3-4 ชม.
3. ใช้การนวดบริเวณที่ต้องการลดในช่วงเวลาอาบน้ำ(ต้องใช้น้ำร้อน)
4. ถ้าหิวจัดๆ ขึ้นมา ก้อหันไปกินผักเยอะๆ เช่นกินสลัด หรือผัดผัก ยัดมันเข้าไปเลย
5. ไปไหนมาไหน ถ้าไม่เกิน 500-1000 เมตร ก้อใช้เป็นการเดินแทนการนั่งรถ ขับรถ
6. เมื่อทำแบบนี้ได้แล้ว เราก้อจะตั้งเป้าหมายว่า เราจะกินของที่ชอบอาทิตย์ละ 1 ครั้ง
จะกินแบบไหนก้อได้ เหมือนกับบว่าเป็นรางวัลของความพยายามแต่ละอาทิตย์
แค่เท่านี้เอง
เราก้อ+ความตั้งใจ+ความอดทนเข้าไป
มันก้อเห็นผลแน่นอน
แล้วลดทำไม??
เคยได้ยินหลายคนเค้าบอกว่า
"อย่าไปลดเพื่อใครให้ลดเพื่อนตัวเอง
จะได้แข็งแรง เพราะว่าคนอ้วนมีโอกาสเป็นโรคเยอะ"
มันก้อจิงนะครับ ถ้าคนมันรักตัวเองได้แบบนั้นทุกคนมันก้อคงจะดี
แต่มามองหลายๆ อย่างแล้ว
เหมือนกับว่าเราทำงานหาเงินเพื่ออยากใช้เองก้อคงไม่เท่าไหร่
แต่เมื่อเรามีคนที่เรามีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ หรือต้องดูแล
เราก้อต้องห่วงถึงความเป็นอยู่นั้นๆ เพิ่มขึ้นเช่นกัน
จนบางครั้ง(บางคน)ยอมลดความจำเป็นของตัวเองเพื่อส่วนรวม
มันก้อเลยเหมือนกับว่า ถ้าคนอื่นพอใจที่เราผอม
เราก้อจะยอมลดดีกว่าใช่มั๊ยละ
อันนี้ต้องยอมรับจิงๆ ว่า ความตั้งใจแรกที่เริ่มลดนั้น
เป็นเพราะว่า ไม่มีสาวๆ ที่ไหนเค้าจะสนใจเลย
มันก้อเลยเป็นแรงกระตุ้นให้เราต้องพยายาม
ผมเลยคิดว่า การคิดแบบนี้เป็นการตั้งเป้าหมาย
ถ้าเราไม่มีเป้าหมายขึ้นมา เราก้อจะคิดว่า
"แล้วกูจะลดไปทำไม"
ดังนั้น ถ้าคุณจะทำเพื่ออะรัยก้อตาม
ขอให้ตั้งใจแล้วทำมันก้อพอแล้ว